สบู่คำนี้มีที่มา

ต้นกำเนิดของคำว่าสบู่มาจากภาษาอะไร?

สบู่ (Soap) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทำความสะอาดร่างกายที่เก่าแก่ที่สุดอย่างหนึ่ง โดยสันนิษฐานว่ามาจากชื่อของภูเขาเมานต์ซาโป "Mount Sapo" ในสมัยโรมัน ซึ่งเป็นภูเขาที่ชาวโรมันใช้บูชายัญสัตว์ เมื่อเกิดฝนตกน้ำฝนได้ชะเอาไขสัตว์มารวมกับขี้เถ้าแล้วไหลลงสู่แม่น้ำ เมื่อผู้หญิงนำเสื้อผ้าไปซักในแม่น้ำก็พบว่าเสื้อผ้าเหล่านั้นซักออกได้ง่าย ดังนั้นในช่วงแรกสบู่นั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ทำความสะอาดข้าวของเครื่องใช้มากกว่า แล้วพัฒนาต่อเนื่องกันมาเพื่อใช้ทำความสะอาดร่างกายจนเป็นที่แพร่หลาย และเป็นที่นิยมใช้อย่างเช่นทุกวันนี้ สำหรับสบู่ที่คนไทยเรียกกันจนติดปากนั้น น้อยคนนักจะรู้ซึ่งที่มาของคำนี้ โดยคำว่า "สบู่ (Soap)" นั้นเพี้ยนมาจากคำว่า "Sabao" ในภาษาโปรตุเกส ซึ่งหมายถึงต้นประคำดีควาย หรือมะคำดีควาย

ตามหลักพฤกษศาสตร์ ต้นประคำดีควายเป็นพืชที่อยู่ในวงศ์ Sapindaceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Sapindus rarak และชื่อที่รู้จักโดยทั่วไปของชาวต่างชาติคือ "Soapberry" เนื่องด้วยผลมีลักษณะค่อนข้างกลมเหมือนเบอร์รี่มีสีเขียวอ่อน-สีเหลือง และเปลี่ยนเป็นสีดำเมื่อแห้งแก่ โดยผลมากด้วยสาร Saponin เมื่อนำมาละลายน้ำ และเข่าจะเกิดฟอง คนไทยในสมัยก่อนจึงมักใช้ผลของต้นประคำดีควาย เพื่อทำความสะอาดร่างกาย นอกจากนี้ยังสามารถช่วยรักษาโรคผิวหนัง ช่วยกำจัดเหา และฆ่าเชื้อได้อีกด้วย

พัฒนาการของสบู่จากอดีตสู่ปัจจุบัน

ในปัจจุบันการผลิตสบู่ก้อนนั้นไม่นิยมใช้ไขมันจากสัตว์ แต่ใช้น้ำมันสกัดจากพืชแทนอาทิเช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันมะพร้าว และน้ำมันปาล์ม เป็นต้น โดยมุ่งเน้นให้อ่อนโยนต่อผิวแต่ยังคงคุณสมบัติในการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อที่ดีไว้ นอกจากนี้คุณรู้หรือไม่ว่า มูลค่าตลาดของสบู่เฉพาะในประเทศไทยนั้นสูงมาก โดยจากข้อมูลในปี พ.ศ. 2560 นั้น ตลาดสบู่มีมูลค่าสูงถึง 14,032 ล้านบาท ซึ่งมีรายงานว่ายังคงเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสบู่สมุนไพร หรือสบู่จากธรรมชาติ เนื่องด้วยตอบโจทย์ผู้บริโภคในเรื่องส่วนประกอบที่ดีต่อผิวพรรณ

สบู่ล้างหน้า vs สบู่อาบน้ำต่างกันอย่างไร? ทำไมต้องใช้แยกกัน

หลายคนอาจคิดว่าสบู่ก้อนเดียวใช้ได้ทั้งหน้าและตัว แต่จริง ๆ แล้ว ผิวหน้าและผิวกายมีความต้องการต่างกันมากทำให้สบู่ล้างหน้า และสบู่อาบน้ำถูกออกแบบมาในแบบที่ไม่เหมือนกัน เพื่อให้เหมาะกับความต้องการของแต่ละส่วน และลดปัญหาผิวที่อาจเกิดขึ้นตามมาหากใช้ผิดประเภท

  1. ผิวหน้าอ่อนโยนและบอบบางกว่าผิวกายหลายเท่า
    ผิวหน้าเป็นผิวที่บางมีต่อมไขมันทำงานไว และมีแนวโน้มอุดตันง่ายมาก การใช้สบู่อาบน้ำที่มีสารทำความสะอาดเข้มข้นเกินไป อาจทำให้ผิวหน้าแห้งลอก ระคายเคือง หรือเกิดสิวได้ง่าย สบู่ล้างหน้าจึงต้องมีสูตรที่อ่อนโยนกว่าค่า pH ใกล้เคียงผิว และมีส่วนผสมช่วยดูแลเป็นพิเศษ
  2. สบู่อาบน้ำจำเป็นต้องทำความสะอาดได้ลึกกว่า
    ผิวกายเผชิญกับเหงื่อ ไขมัน และมลภาวะมากกว่าใบหน้า จึงต้องการสารทำความสะอาดที่แรงขึ้นเล็กน้อยและมีฟองมากกว่าเพื่อล้างคราบเหงื่อ กลิ่นกาย และความมันออกได้หมด ถ้าใช้สบู่ล้างหน้ามาอาบน้ำอาจล้างได้ไม่สะอาดเท่าที่ควร
  3. ค่า pH ต่างกัน
    สบู่ล้างหน้า pH อยู่ที่ 5.5-6.5 ใกล้เคียงผิวหน้า อ่อนโยนไม่ทำให้หน้าแห้งสบู่อาบน้ำ pH สูงกว่าเล็กน้อยเพื่อล้างเหงื่อและสิ่งสกปรกได้ดีขึ้น

โรงงานรับผลิตสบู่ และรับผลิตเครื่องสำอางมาตรฐานสากล

ทั้งนี้ บริษัท ดิอาร์ทติสแลบอราทอรี่ จำกัด เป็นโรงงานรับผลิตสบู่ และครีมอาบน้ำ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล โดยให้บริการตั้งแต่ในคำปรึกษา คิดค้นสูตรสบู่ที่โดดเด่น ออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ ตลอดจนจดแจ้งขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์กับองค์การอาหารและยา แล้วส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ และตรงเวลา ดังนั้นลูกค้าสามารถมั่นใจได้ว่าจะได้รับสินค้าที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ราคาสมเหตุสมผล เพื่อให้ธุรกิจของเติบโตอย่างยั่งยืน ติดต่อขอคำปรึกษาการผลิตสบู่ได้ที่ :
โทร:
02-0462506 ต่อ 101 หรือ 112