MOQเครื่องสำอางและการวางแผนจำนวนผลิตขั้นต่ำให้เหมาะกับการทำแบรนด์
MOQเครื่องสำอางและการวางแผนจำนวนผลิตขั้นต่ำให้เหมาะกับการทำแบรนด์

MOQ คือจำนวนสั่งผลิตขั้นต่ำที่โรงงานกำหนดต่อการผลิตหนึ่งครั้ง หากกำลังเริ่มทำแบรนด์เครื่องสำอาง การเข้าใจ MOQ จะช่วยวางงบประมาณ จำนวนสินค้า และแผนขายได้แม่นยำขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเลือกจำนวนผลิตสูงที่สุดเพื่อให้ต้นทุนต่อชิ้นถูกลงเสมอไป เพราะสินค้าที่ผลิตมากเกินยอดขายอาจกลายเป็นต้นทุนที่ค้างอยู่ในสต๊อก สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่แค่ถามว่าโรงงานมี MOQ เท่าไร แต่ควรดูว่า MOQ นั้นเหมาะกับแผนธุรกิจ ช่องทางขาย และเงินทุนของแบรนด์หรือไม่ ก่อนตกลงผลิตกับโรงงานรับผลิตเครื่องสำอาง ควรวางตัวเลขเหล่านี้ให้ชัดตั้งแต่ต้น

MOQ เครื่องสำอางคืออะไร ทำไมแต่ละสินค้าผลิตขั้นต่ำไม่เท่ากัน

MOQ ย่อมาจาก Minimum Order Quantity หมายถึงจำนวนสินค้าขั้นต่ำที่ผู้ผลิตสามารถรับผลิตได้อย่างเหมาะสมกับกระบวนการผลิต ต้นทุนวัตถุดิบ เครื่องจักร และบรรจุภัณฑ์ เครื่องสำอางแต่ละประเภทจึงไม่จำเป็นต้องมี MOQ เท่ากัน แม้ผลิตจากโรงงานเดียวกัน เพราะเงื่อนไขของครีม ครีมกันแดด รองพื้น คุชชั่น แป้งพัฟ หรือลิปสติกแตกต่างกัน

ปัจจัยที่มีผลต่อจำนวนผลิตขั้นต่ำ ได้แก่

  • ประเภทและปริมาณวัตถุดิบที่ใช้ในสูตร
  • ขนาดการผลิตที่เหมาะสมกับเครื่องจักร
  • สูตรมาตรฐานหรือสูตรที่พัฒนาขึ้นเฉพาะแบรนด์
  • จำนวนสี กลิ่น หรือรูปแบบสินค้าที่ต้องการ
  • จำนวนขั้นต่ำของขวด กระปุก หลอด หรือตลับจากผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์
  • งานพิมพ์ สกรีน กล่อง และการตกแต่งบรรจุภัณฑ์
  • ขั้นตอนการบรรจุและความซับซ้อนในการผลิต

ตัวอย่างเช่น หากทำลิปสติก 5 สี แม้จำนวนรวมจะดูสูง แต่โรงงานอาจต้องคำนวณการผลิตแยกตามสี เพราะแต่ละสีเป็นคนละสูตรย่อยและใช้กระบวนการเตรียมเนื้อแตกต่างกัน ดังนั้นก่อนถาม MOQ ควรระบุให้ชัดว่าต้องการทำกี่สูตร กี่สี และกี่ขนาด

คิดจำนวนผลิตอย่างไรให้พอดีกับยอดขายและเงินทุน

การตัดสินใจจำนวนผลิตไม่ควรเริ่มจากคำถามว่า ยิ่งผลิตเยอะยิ่งถูกหรือไม่ แต่ควรเริ่มจากคำถามว่า แบรนด์สามารถขายสินค้าได้เร็วแค่ไหน วิธีคิดเบื้องต้นสามารถใช้หลักง่าย ๆ คือ

จำนวนผลิตที่ควรมี = ยอดขายที่คาดต่อเดือน × ระยะเวลาที่ต้องรอผลิตล็อตใหม่ + สินค้าสำรอง

ตัวอย่างเช่น คาดว่าจะขายได้เดือนละ 100 ชิ้น และต้องเตรียมสินค้าสำหรับประมาณ 2 เดือน แบรนด์ควรมีสินค้าอย่างน้อยประมาณ 200 ชิ้นก่อนคิดจำนวนสำรองเพิ่มเติม จากนั้นจึงนำตัวเลขไปเทียบกับ MOQ ที่โรงงานเสนอ สำหรับแบรนด์ใหม่ที่ยังไม่มีข้อมูลยอดขายจริง ควรประเมินอย่างระมัดระวังจากช่องทางขาย งบการตลาด และจำนวนลูกค้าที่คาดว่าจะเข้าถึง ไม่ควรตั้งยอดขายจากเป้าหมายที่ต้องการเพียงอย่างเดียว

อีกจุดที่ต้องคิดคือจำนวนสินค้าแต่ละแบบ หากมีงบจำกัด การเปิดตัวครีม 1 สูตรในจำนวนที่เหมาะสม อาจบริหารสต๊อกง่ายกว่าการเปิดพร้อมกัน 4-5 สูตรแล้วกระจายเงินทุนไปหลาย SKU สำหรับผู้ที่กำลังสร้างแบรนด์ครีมของตัวเอง การวาง Product Line ให้พอดีกับเงินทุนตั้งแต่ต้นจึงมีผลต่อทั้ง MOQ และกระแสเงินสดของธุรกิจ

ก่อนตกลง MOQ กับโรงงาน ควรเช็กอะไรบ้าง

ราคาเฉลี่ยต่อชิ้นมักเปลี่ยนตามจำนวนผลิต แต่ราคาที่ถูกลงไม่ได้หมายความว่าต้นทุนรวมของธุรกิจจะต่ำลงเสมอ หากสินค้าขายช้า เงินทุนจะถูกผูกไว้กับสต๊อก และยังมีค่าใช้จ่ายด้านการตลาด การจัดเก็บ รวมถึงต้นทุนในการบริหารสินค้าอีกด้วย ก่อนยืนยันจำนวนผลิต ควรคุยกับโรงงานให้ครบอย่างน้อยเรื่องต่อไปนี้

MOQ คิดตามสูตรหรือตาม SKU

ต้องรู้ให้ชัดว่าจำนวนขั้นต่ำคิดต่อสูตร ต่อสี ต่อกลิ่น ต่อขนาด หรือต่อบรรจุภัณฑ์ เพราะมีผลต่อจำนวนรวมที่ต้องลงทุนจริง

บรรจุภัณฑ์มีจำนวนขั้นต่ำแยกหรือไม่

บางครั้งตัวผลิตภัณฑ์สามารถผลิตในจำนวนหนึ่งได้ แต่ขวด หลอด ตลับ หรือกล่องมีจำนวนสั่งขั้นต่ำอีกระดับหนึ่ง โดยเฉพาะงานที่ออกแบบหรือพิมพ์เฉพาะแบรนด์

ผลิตล็อตใหม่ต้องใช้เวลาเท่าไร

ระยะเวลาผลิตซ้ำมีผลโดยตรงต่อจำนวนสินค้าที่ควรสำรอง หากวางแผนสั่งล็อตใหม่ช้าเกินไป อาจเกิดสินค้าขาดสต๊อกระหว่างรอผลิต

มีค่าใช้จ่ายอะไรนอกเหนือจากค่าผลิต

ควรคำนวณงบทั้งโครงการ ไม่ใช่เฉพาะราคาต่อชิ้น เช่น การพัฒนาสูตร ตัวอย่างสินค้า บรรจุภัณฑ์ ฉลาก กล่อง งานออกแบบ การทดสอบ และค่าใช้จ่ายอื่นตามรายละเอียดของผลิตภัณฑ์

เมื่อคุยกับบริษัทผลิตเครื่องสำอางจึงควรแจ้งทั้งงบประมาณ กลุ่มสินค้า จำนวนที่คาดว่าจะขาย และแผนเปิดตัว เพื่อให้สามารถประเมินแนวทางการผลิตได้เหมาะกับแบรนด์มากกว่าการดู MOQ เพียงตัวเลขเดียว

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ MOQ เครื่องสำอาง

Q: MOQ เครื่องสำอางต้องเท่ากันทุกสูตรหรือไม่?

A: ไม่จำเป็น MOQ สามารถแตกต่างกันตามประเภทผลิตภัณฑ์ สูตร วัตถุดิบ กระบวนการผลิต จำนวนสีหรือกลิ่น รวมถึงบรรจุภัณฑ์ที่เลือก ดังนั้นควรสอบถามจำนวนขั้นต่ำของสินค้าที่ต้องการผลิตจริง ไม่ควรใช้ MOQ ของผลิตภัณฑ์หนึ่งไปประเมินอีกผลิตภัณฑ์หนึ่ง


Q: ถ้าต้องการผลิตต่ำกว่า MOQ สามารถทำได้หรือไม่?

A: ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของโรงงาน สูตร และรูปแบบบรรจุภัณฑ์ บางโครงการอาจปรับรูปแบบสินค้า เลือกสูตรหรือบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมกว่าได้ แต่ไม่ควรลดจำนวนโดยแลกกับกระบวนการผลิตที่ไม่เหมาะสม ควรให้โรงงานประเมินเป็นรายผลิตภัณฑ์


Q: MOQ คิดรวมหลายสีหรือหลายสูตรได้ไหม?

A: ไม่ควรสรุปว่ารวมกันได้ทุกกรณี เพราะสินค้าที่ต่างสูตร ต่างสี หรือต่างกลิ่นอาจต้องผลิตแยกกัน เช่น รองพื้นหลายเฉดหรือลิปสติกหลายสี ควรสอบถามว่า MOQ คิดต่อสูตร ต่อสี หรือต่อจำนวนรวมของโครงการ


Q: MOQ ยิ่งต่ำยิ่งเหมาะกับแบรนด์ใหม่จริงหรือไม่?

A: ไม่เสมอไป MOQ ต่ำช่วยลดเงินลงทุนและความเสี่ยงด้านสต๊อก แต่ต้องพิจารณาร่วมกับต้นทุนต่อชิ้น รูปแบบบรรจุภัณฑ์ และแผนขาย หากจำนวนต่ำเกินไปจนต้นทุนต่อชิ้นสูงมาก อาจทำให้กำหนดราคาขายยากกว่าเดิม เป้าหมายจึงควรเป็น MOQ ที่สมดุลระหว่างต้นทุน ความเสี่ยง และยอดขายที่คาดการณ์ได้


วาง MOQ ให้เหมาะ ก่อนเริ่มผลิตเครื่องสำอาง

MOQ ที่เหมาะสมไม่จำเป็นต้องเป็นจำนวนต่ำที่สุดหรือจำนวนที่ทำให้ราคาต่อชิ้นถูกที่สุด แต่ควรเป็นจำนวนที่แบรนด์สามารถขาย บริหารเงินทุน และวางแผนผลิตล็อตถัดไปได้อย่างเหมาะสม THE ARTIST LABORATORIES โรงงานผลิตเครื่องสำอางครบวงจร ให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับโจทย์ของแต่ละแบรนด์ ทั้งกลุ่มเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ ผู้ที่กำลังวางแผนเริ่มต้นแบรนด์สามารถเตรียมข้อมูลเรื่องประเภทสินค้า สูตร บรรจุภัณฑ์ งบประมาณ และจำนวนที่ต้องการผลิต เพื่อใช้ประเมินแนวทางการผลิตและ MOQ ที่เหมาะกับธุรกิจ ก่อนเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นสินค้าที่พร้อมเข้าสู่ตลาด


line phone email